ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
เริ่มเปิดเว็บพนันต้องวางแผนอะไร? เช็กก่อนเลือกระบบ | XGAMBET
XGAMBET BUSINESS PLANNING GUIDE

ต้องการเปิดเว็บพนัน เริ่มจากอะไร? คู่มือวางแผนก่อนเลือกระบบ

การเริ่มธุรกิจ iGaming ไม่ควรเริ่มจากการเลือกแพ็กเกจหรือถามราคาเพียงอย่างเดียว เพราะขอบเขตของระบบที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับตลาดเป้าหมาย รูปแบบธุรกิจ Product ที่ต้องการให้บริการ Payment, Game Provider, Workflow ของทีม รวมถึงข้อกำกับ ที่เกี่ยวข้องกับตลาดจริง

แนวทางที่มีประสิทธิภาพกว่าคือกำหนด Requirement ของธุรกิจให้ชัดก่อน แล้วจึงใช้ Requirement ชุดเดียวกันในการประเมิน Platform ผู้ให้บริการ งบประมาณ และ Demo เพื่อให้การเปรียบเทียบอยู่บนเงื่อนไขเดียวกัน

ON THIS PAGEสารบัญ

อย่าเริ่มจากราคา — เริ่มจาก Requirement

คำถามแรกของหลายโครงการคือ “ราคาเท่าไร?” แต่ราคาจะมีความหมายก็ต่อเมื่อรู้ก่อนว่า โครงการต้องการระบบอะไรบ้าง หาก Project หนึ่งต้องการเพียง Platform, Backoffice และ Payment แต่ Project อีกแบบต้องมีหลาย Product, Game Integration, CRM, Affiliate, Automation และ Frontend แบบ Custom ขอบเขตของทั้งสองโครงการ ย่อมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ

ก่อนขอราคา จึงควรตอบให้ได้อย่างน้อยว่า จะทำตลาดใด ต้องการ Product อะไร ทีมต้องควบคุมระบบเองระดับไหน มี Technology เดิมอยู่หรือไม่ ต้องเชื่อม Third-party อะไร และ Operation จะทำงานอย่างไร

Market → Business Model → Requirement → System Scope → Vendor / Package

1. กำหนดตลาดและ Business Model ก่อนเลือกระบบ

Target Market ไม่ได้หมายถึงการเลือกประเทศเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมองถึงกลุ่มผู้ใช้ ภาษา สกุลเงิน อุปกรณ์ที่ใช้งาน พฤติกรรมด้าน Payment ประเภท Product ที่ได้รับความสนใจ Customer Support และสภาพแวดล้อมด้านข้อกำกับ

ปัจจัยเหล่านี้มีผลต่อ Requirement ของระบบโดยตรง เช่น Frontend อาจต้องรองรับหลายภาษา Payment Method อาจแตกต่างตามตลาด และ Game Provider บางรายอาจมีเงื่อนไข การให้บริการที่ไม่เหมือนกันในแต่ละพื้นที่

Market Planning Checklist

  • กลุ่มผู้ใช้งานหลักคือใคร
  • ภาษาและสกุลเงินที่ต้องใช้คืออะไร
  • Product หลักที่ต้องการให้บริการคืออะไร
  • ผู้ใช้เข้าผ่าน Mobile หรือ Desktop เป็นหลัก
  • Payment ที่จำเป็นสำหรับตลาดคือรูปแบบใด
  • Customer Support ต้องรองรับภาษาและช่วงเวลาใด
  • มีข้อกำกับด้านข้อมูล การยืนยันตัวตน หรือการรายงานอะไรบ้าง

2. ตรวจ Regulatory Requirement ก่อนตัดสินใจ Technology

ธุรกิจ iGaming ถูกกำกับแตกต่างกันตาม Jurisdiction และตลาดเป้าหมาย ดังนั้นก่อนตัดสินใจเรื่อง Platform หรือ Integration ควรตรวจ Applicable Requirement สำหรับตลาดจริงของโครงการก่อน

ประเด็นที่อาจต้องตรวจประกอบด้วยการอนุญาตให้ดำเนินธุรกิจ Licence, โครงสร้าง Legal Entity, KYC / AML, Responsible Gaming, Payment, Data Protection, Reporting และ Tax ที่เกี่ยวข้อง

3. เลือก White Label, Turnkey, Modular หรือ In-house

หลังเข้าใจตลาดและข้อกำกับแล้ว ขั้นต่อไปคือกำหนดว่าธุรกิจต้องการควบคุม Technology และ Operation ด้วยตนเองมากเพียงใด เพราะ Business Model แต่ละแบบให้ระดับ Responsibility และ Customisation แตกต่างกัน

White Label

ใช้ Infrastructure และ Business Framework ของผู้ให้บริการในสัดส่วนมากกว่า จึงลด Scope บางส่วนที่ Operator ต้องสร้างเอง แต่ขอบเขตการควบคุม และเงื่อนไขทางธุรกิจต้องประเมินจากข้อเสนอจริง

Turnkey

ใช้ชุด Technology ที่ประกอบระบบหลักไว้แล้ว โดย Operator รับผิดชอบ การดำเนินธุรกิจและกำหนด Configuration ตามขอบเขตของโครงการ

Modular

เลือกเฉพาะ Module ที่ต้องการ เช่น Platform, Payment, CRM หรือ Game Integration แล้วเชื่อมเข้ากับ Technology Stack ที่มีอยู่

In-house

พัฒนา Technology Stack เองในสัดส่วนมากขึ้น ทำให้ควบคุม Architecture และ Development ได้มาก แต่เพิ่มภาระด้าน Engineering, Maintenance, Security, Compliance และ Operation

ไม่มี Model เดียวที่เหมาะกับทุก Project การตัดสินใจควรดูระดับ Control ที่ต้องการ ความพร้อมของ Technical Team ระบบเดิม Integration ที่จำเป็น ระดับ Customisation และต้นทุนทั้งช่วงเริ่มต้นและระยะยาว

4. กำหนด Product ก่อนเลือก Feature

Project ควรกำหนดก่อนว่าจะให้บริการ Product ประเภทใด เช่น Slot, Casino, Live Casino, Lottery, Sportsbook หรือหลาย Product ร่วมกัน เพราะแต่ละประเภทมี Integration และ Operational Workflow ไม่เหมือนกัน

ระบบที่มี Feature จำนวนมากไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับธุรกิจเสมอไป วิธีคิดที่เป็นระบบกว่าคือเริ่มจาก Product ที่ต้องใช้จริง แล้วไล่กลับมาว่าต้องมี Workflow และ Module อะไรเพื่อรองรับ Product นั้น

Required Product → Required Workflow → Required Modules

5. วาง Platform Core ให้สัมพันธ์กับระบบรอบข้าง

Platform เป็น Core ที่เชื่อมหลายส่วนของธุรกิจเข้าด้วยกัน โดยทั่วไปเกี่ยวข้องกับ Account, Session, Wallet, Product Context, Transaction, Backoffice และ Integration ภายนอก

สิ่งที่ควรประเมินจึงไม่ใช่เพียงว่ามีหน้าจออะไรบ้าง แต่ต้องดูว่า Data และ Transaction เคลื่อนผ่านระบบอย่างไร รวมถึงแต่ละ Module มี Dependency ต่อกันแบบใด

หากต้องการดูโครงสร้างส่วนนี้โดยละเอียด สามารถอ่านต่อได้ที่ โครงสร้าง iGaming Platform

6. วาง Backoffice และ Role จาก Workflow ของทีม

การประเมิน Backoffice ควรเริ่มจากงานที่ทีมต้องทำจริงในแต่ละวัน ไม่ใช่จำนวนเมนูในระบบ ตัวอย่างเช่นทีมอาจต้องตรวจ Account, Transaction, Payment Status, Report, Error หรือทำ Manual Review ในบางเหตุการณ์

วิธีหนึ่งที่ช่วยให้ Requirement ชัดขึ้นคือทำ Role Matrix ก่อนดู Demo เพื่อระบุว่าแต่ละทีมต้องเห็นข้อมูลอะไรและได้รับ Permission ระดับไหน

Role ต้องเห็นอะไร ต้องทำอะไร
Owner ภาพรวมธุรกิจและ Report ติดตามสถานะและภาพรวม Operation
Admin Account และ System Status ดูแล Operation ประจำวัน
Finance Transaction และ Payment ตรวจสอบ Deposit / Withdrawal
Support User และ Transaction Status ตรวจสอบปัญหาและส่งต่อ Case
CRM Customer Data จัด Segment และ Workflow

ตารางนี้เป็นตัวอย่างสำหรับการวาง Requirement เท่านั้น Role จริงควรกำหนดตามโครงสร้างทีมของแต่ละธุรกิจ

7. วาง Payment Flow ตั้งแต่ต้น

Payment ไม่ควรถูกนำมาพิจารณาหลังจาก Frontend เสร็จแล้ว เพราะ Deposit และ Withdrawal เชื่อมโยงกับ Wallet, Transaction Status, Reconciliation, Manual Review และ Operation โดยตรง

Requirement เบื้องต้นควรระบุ Deposit Flow, Withdrawal Flow, ความสัมพันธ์กับ Wallet, Payment Provider, Matching, Reconciliation รวมถึงกรณี Failed, Pending หรือรายการที่ต้องตรวจด้วยคน

Payment Method ที่ใช้ได้จริงยังขึ้นอยู่กับตลาด Currency, Commercial Agreement, Provider และข้อกำกับที่เกี่ยวข้อง จึงไม่ควรเปรียบเทียบระบบจากจำนวน Payment Method เพียงตัวเลขเดียว

8. เลือก Game และ Content Integration ให้ตรงกับ Product

สำหรับ Project ที่มี Slot หรือ Casino จะต้องพิจารณาว่าจะเชื่อม Game Provider โดยตรง ใช้ Aggregator หรือใช้ทั้งสองรูปแบบร่วมกัน

Direct Provider

เชื่อมต่อกับ Provider โดยตรง เหมาะกับกรณีที่มีเหตุผลด้าน Commercial, Technical หรือ Content Strategy ที่ต้องควบคุมเป็นราย Provider

Aggregator

ใช้ Integration Layer กลางสำหรับเชื่อมหลาย Provider ช่วยลดจำนวน Integration Point แต่ต้องประเมิน Dependency, Commercial Structure และข้อจำกัดของ Aggregator นั้นด้วย

เกณฑ์ที่ควรดูประกอบกัน ได้แก่ Integration Effort, Content Coverage, Market Availability, Wallet Relationship, API, Testing, Maintenance และ Operational Management

จำนวนเกมจึงเป็นเพียงหนึ่งตัวแปร ไม่ใช่เกณฑ์ตัดสินทั้งหมด เพราะ Content ที่เหมาะควรสัมพันธ์กับกลุ่มผู้ใช้งานและตลาดเป้าหมายด้วย

9. ตัดสินใจ CRM, Affiliate และ Automation จาก Workflow

Module อย่าง CRM / CDP, Affiliate และ Automation ไม่ควรถูกมองเพียงว่า เป็น Feature เสริมหรือของแถม แต่ควรประเมินว่าธุรกิจมี Workflow ที่ต้องใช้ระบบเหล่านี้จริงหรือไม่

CRM / CDP

ใช้จัดการ Customer Data, Segmentation, Lifecycle และ Workflow ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลลูกค้า

Affiliate

ใช้กับ Referral, Tracking, Attribution และโครงสร้าง Commission ตามรูปแบบธุรกิจ

Automation

ใช้สร้าง Trigger, Condition และ Action เพื่อลดขั้นตอน Manual ใน Workflow ที่เหมาะสม

ไม่จำเป็นต้องเปิดทุก Module ในวันแรก

การทำ Phase Planning ช่วยแยกสิ่งที่จำเป็นต่อการเปิดระบบ ออกจากสิ่งที่สามารถเพิ่มภายหลังได้

Phase 1 — Launch Core Platform • Backoffice • Payment • Product • Required Integration
Phase 2 — Growth CRM • Affiliate • Automation
Phase 3 — Optimisation Advanced Reporting • Additional Integration • Custom Workflow

ตัวอย่างนี้เป็น Planning Framework ไม่ใช่โครงสร้างแพ็กเกจของ XGAMBET

10. วาง Frontend จาก User Journey จริง

Frontend ควรถูกออกแบบจาก User Journey มากกว่าการเริ่มจากคำถามว่า “อยากได้เว็บคล้ายใคร” เพราะหน้าตาที่สวยแต่ไม่สัมพันธ์กับ Workflow อาจทำให้ขั้นตอนสำคัญซับซ้อนขึ้น

Registration → Login → Deposit → Product / Lobby → Account / Withdrawal

Template สามารถลด Scope ด้าน Design และ Development ได้ในบางโครงการ ขณะที่ Custom Frontend ให้การควบคุม UX และ Branding มากขึ้น แต่เพิ่มขอบเขตการออกแบบ พัฒนา และทดสอบ

11. เตรียมทีม Operation ก่อน Go-live

Go-live ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของ Project เพราะหลังเปิดใช้งานยังมีงานด้าน Support, Payment Operation, Risk, Technical Operation, Reporting และ Compliance ตามที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ

หน้าที่ที่อาจต้องเตรียมประกอบด้วย Admin, Finance, Support, CRM, Affiliate, Technical และ Compliance แต่ไม่จำเป็นว่าทุก Project ต้องมีจำนวนคนหรือโครงสร้างทีมเหมือนกัน

ตัวอย่าง Support Workflow

User Report → Support ตรวจ Account → ตรวจ Transaction → ส่ง Finance / Tech → Resolve + Record

12. วาง Budget แบบ Initial + Ongoing

งบประมาณไม่ควรถูกมองเป็น “ค่าเปิดเว็บ” เพียงตัวเดียว แต่ควรแยกเป็น Initial Cost, Recurring Cost, Variable Cost, Third-party Cost และ Operation Cost

ก่อนเปิดระบบ

  • Platform Setup
  • Frontend และ Branding
  • Integration
  • Testing
  • Legal / Compliance
  • Provider Setup
  • Migration หากมีระบบเดิม

หลังเปิดระบบ

  • Platform Fee
  • Payment Cost
  • Game / Provider Cost
  • Infrastructure
  • Support และ Team
  • Compliance
  • Marketing / Affiliate
  • Maintenance

เมื่อต้องการเปรียบเทียบต้นทุน ควรใช้ Scope เดียวกันในการขอ Proposal เพื่อไม่ให้ข้อเสนอแต่ละรายรวมสิ่งที่แตกต่างกันจนเทียบราคาโดยตรงไม่ได้

สำหรับการดูโครงสร้างค่าใช้จ่ายของ XGAMBET สามารถตรวจ แพ็กเกจ XGAMBET และการประเมินขอบเขตค่าใช้จ่าย หลังจากกำหนด Requirement เบื้องต้นแล้ว

13. เขียน Requirement ก่อนขอราคา

Requirement ไม่จำเป็นต้องเริ่มจาก Technical Specification ฉบับเต็ม สิ่งสำคัญคือสามารถอธิบายได้ว่าใครต้องทำอะไร ผ่านระบบใด และต้องได้ผลลัพธ์อะไร

ตัวอย่างเช่น “Finance ต้องสามารถตรวจ Withdrawal ที่มีปัญหา และดู Reference จาก Backoffice ได้” ให้ข้อมูลสำหรับประเมินระบบได้มากกว่า Requirement กว้าง ๆ อย่าง “ต้องการ Backoffice ดี ๆ”

Requirement Worksheet

Business
Target Market • Business Model
Product
Product ที่ต้องการเปิดใช้งาน
System
Platform • Backoffice • Payment • CRM • Affiliate • Automation • Game API
Frontend
Template หรือ Custom
Integration
Provider • Payment • Existing System • Third-party
Operation
Role • Permission • Workflow • Escalation
Commercial
Budget Range • Timeline Range

เมื่อ Requirement ชุดแรกชัดแล้ว จึงเหมาะที่จะนำ Scope ไปคุยกับ บริการรับเปิดเว็บพนัน XGAMBET หรือผู้ให้บริการรายอื่นโดยใช้ข้อมูลชุดเดียวกันในการประเมิน

14. เปรียบเทียบ Vendor จาก Requirement เดียวกัน

หากส่ง Requirement คนละชุดให้ผู้ให้บริการแต่ละราย Proposal ที่ได้รับ จะไม่อยู่บนฐานเดียวกัน และอาจทำให้การเปรียบเทียบราคาหรือ Scope คลาดเคลื่อน

วิธีที่เป็นระบบกว่าคือสร้าง Evaluation Matrix เดียวกัน แล้วให้แต่ละ Vendor ระบุว่า Requirement แต่ละรายการอยู่ในสถานะใด

Standard Configurable Custom Third-party Unsupported

Dimension ที่ควรนำมาเทียบอาจรวม Platform, Backoffice, Payment, Game Integration, CRM, Affiliate, Automation, API, Reporting, Support, Customisation, Data Ownership, Migration, Pricing Model และ Third-party Cost

15. ใช้ Demo ทดสอบ Workflow จริง

Demo ที่มีประโยชน์ไม่ควรเป็นเพียงการเปิดดูทุกเมนู แต่ควรใช้ Scenario ที่เกิดขึ้นจริงในการดำเนินงาน

01 Register → Account → Backoffice
02 Deposit → Wallet → Transaction
03 Withdrawal → Review → Complete
04 Game Launch → Session → Transaction
05 Failed Payment → Investigation

อย่าทดสอบเฉพาะ Success Case

Workflow จริงมี Exception เช่น Timeout, Invalid Input, Duplicate Transaction, Pending Status, Provider Unavailable หรือ Missing Permission จึงควรดูว่าระบบแสดงสถานะ เก็บข้อมูล และช่วยทีมตรวจสอบเหตุการณ์เหล่านี้อย่างไร

เมื่อมี Scenario พร้อมแล้ว สามารถใช้ Demo ระบบ XGAMBET เพื่อดู Workflow ที่เกี่ยวข้องกับ Scope ของโครงการ

16. ตรวจ Data Ownership และ Exit Plan ก่อนเลือก Platform

Data Ownership เป็นประเด็นที่ควรถามตั้งแต่ก่อนเริ่ม Project ไม่ใช่ตอนที่ต้องการย้ายระบบแล้ว

คำถามที่ควรถาม

  • ข้อมูลของธุรกิจอยู่ภายใต้ Ownership แบบใด
  • สามารถ Export Data ได้หรือไม่
  • Export ใน Format อะไร
  • มี API Access สำหรับข้อมูลที่จำเป็นหรือไม่
  • Historical Data สามารถย้ายได้ระดับไหน
  • Custom Module หรือ Frontend เป็นของใคร
  • ถ้ายุติการใช้บริการ มีกระบวนการส่งมอบข้อมูลอย่างไร

ประเด็นเหล่านี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับ Vendor Lock-in รวมถึงความสามารถในการ Integrate หรือ Re-platform ในอนาคต

หากมีระบบเดิมอยู่แล้ว ต้องเริ่มต่างอย่างไร

Project ที่มี Platform หรือ Technology Stack อยู่แล้วไม่ควรถูกประเมินเหมือน Greenfield Project เพราะ Requirement สำคัญจะเปลี่ยนจากการสร้างระบบใหม่ทั้งหมด ไปเป็นการตรวจ Current State และกำหนดสิ่งที่ควรเก็บ เชื่อม เปลี่ยน หรือย้าย

Current-State Assessment ควรครอบคลุม Platform เดิม, Data, Payment, Game Provider, CRM, Affiliate, Frontend, API และ Pain Point ของ Operation

Integrate

รักษา Core System บางส่วนไว้ แล้วเพิ่ม Module หรือ Integration เฉพาะจุดที่ต้องการพัฒนา

Re-platform

ย้าย Core System ไปยัง Platform ใหม่ พร้อมวาง Migration สำหรับ Data และ Integration ที่เกี่ยวข้อง

การเลือกทางใดควรดู Cost, Migration Risk, Flexibility, Dependency และเป้าหมายระยะยาวของธุรกิจร่วมกัน

Checklist: 10 เรื่องที่ควรตอบได้ก่อนเริ่ม Project

  1. 01ตลาดเป้าหมายคือที่ไหน
  2. 02Product หลักคืออะไร
  3. 03Business Model แบบไหน
  4. 04Regulatory Requirement คืออะไร
  5. 05Platform ต้องทำอะไร
  6. 06Payment ใช้รูปแบบใด
  7. 07Game / Content มาจากไหน
  8. 08Operation มี Role และ Workflow อะไร
  9. 09Initial และ Ongoing Budget อยู่ในช่วงใด
  10. 10Demo ต้องพิสูจน์ Workflow ใด

ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยงตอนเริ่ม Project

  • เลือก Package ก่อนเขียน Requirement
  • ตัดสินจากจำนวนเกมเพียงอย่างเดียว
  • ตัดสินจากราคาต่ำที่สุดโดยไม่เทียบ Scope
  • ออกแบบ Frontend ก่อนวาง User Journey และ Workflow
  • นำ Payment มาพิจารณาช่วงท้ายของ Project
  • ทดสอบเฉพาะ Success Case
  • ไม่ตรวจ Data Ownership และ Exit Plan
  • คำนวณเฉพาะค่าเริ่มต้นแต่ไม่คิดค่าใช้จ่ายหลังเปิด
  • เชื่อ Feature หรือ Claim โดยไม่ได้ดู Demo หรือ Evidence ที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อย

ต้องการเปิดเว็บพนันควรเริ่มจากอะไร

ควรเริ่มจากกำหนดตลาดเป้าหมาย รูปแบบธุรกิจ Product ที่ต้องการให้บริการ และ Requirement หลักก่อน แล้วจึงประเมิน Platform, Payment, Provider, Frontend และผู้ให้บริการที่เหมาะกับ Scope นั้น

ควรเลือก Platform หรือกฎหมายก่อน

ควรตรวจ Regulatory Requirement ของตลาดเป้าหมายก่อนตัดสินใจ Technology เพราะข้อกำกับอาจมีผลต่อ Platform, Payment, Data, Reporting และ Integration ที่ต้องใช้

Turnkey กับ White Label ต่างกันอย่างไร

โดยแนวคิด White Label ใช้ Infrastructure และ Business Framework ของผู้ให้บริการในสัดส่วนมากกว่า ขณะที่ Turnkey มักเป็นชุด Technology พร้อมใช้งานภายใต้ Responsibility ของ Operator มากขึ้น แต่ขอบเขตจริงต้องตรวจจากข้อเสนอของผู้ให้บริการแต่ละราย

ต้องมี Backoffice ตั้งแต่วันแรกหรือไม่

ควรประเมินจาก Workflow ที่ทีมต้องทำจริง หาก Operation ต้องตรวจ Account, Transaction, Payment, Permission หรือ Report ระบบ Backoffice จะเป็นส่วนสำคัญของการดำเนินงานตั้งแต่ช่วงเปิดระบบ

ควรเตรียมงบอะไรนอกจากค่าเปิดระบบ

ควรแยก Initial Cost, Recurring Cost, Variable Cost, Third-party Cost และ Operation Cost รวมถึง Payment, Provider, Infrastructure, Team, Compliance, Marketing และ Maintenance ตามขอบเขตของ Project

ก่อนขอราคาควรเตรียม Requirement อะไร

ควรมี Target Market, Business Model, Product, Platform Scope, Payment, Integration, Frontend, Operation Role, Budget Range และ Timeline Range เพื่อให้ผู้ให้บริการประเมิน Scope บนข้อมูลชุดเดียวกัน

ก่อนเลือก Platform ควรดู Demo อะไร

ควรทดสอบ Critical Workflow เช่น Registration, Deposit, Withdrawal, Game Session และ Failed Transaction รวมถึง Exception Case ไม่ใช่ดูเพียงจำนวนเมนูหรือ Feature ทั้งหมด

ถ้ามีระบบเดิมควร Integrate หรือย้ายระบบ

ควรทำ Current-State Assessment ก่อน แล้วเปรียบเทียบ Cost, Migration Risk, Flexibility, Dependency และ Requirement ระยะยาวเพื่อพิจารณาว่าควรเพิ่ม Module บางส่วนหรือ Re-platform ทั้ง Core System

NEXT STEP

สรุป Requirement ให้เป็น Scope เดียวก่อนเริ่มคุยโครงการ

เมื่อสามารถตอบ Checklist หลักได้แล้ว ขั้นต่อไปคือรวบรวม Product, Platform, Backoffice, Payment, Game Integration, Frontend และระบบที่ต้องเชื่อมให้อยู่ใน Scope เดียวกัน แล้วใช้ข้อมูลชุดนี้ ในการคุยผู้ให้บริการ ดู Demo และเปรียบเทียบ Proposal ก่อนตัดสินใจเรื่อง Package และ Implementation